Latest
  • อวสาน “ยูจีน” จุดอ่อนทีมวาเลอร์ “The Apprentice: ONE Championship Edition” ตอนที่ 7

    May 7, 2021

    “The Apprentice: ONE Championship Edition” กลับมาในตอนที่ 7 ในวันพุธที่ 5 พฤษภาคมนี้ เมื่อเหลือผู้แข่งขันเพียงเก้าคน การแข่งขันก็ยิ่งทวีความตึงเครียดทั้งในด้านความท้าทายทางกายภาพและทางธุรกิจ ผู้เข้าแข่งขัน เริ่มความท้าทายทางกายภาพด้วย ศึกคว้าจับล็อกเต็มรูปแบบ โดยทั้งสองทีมมุ่งหน้าไปที่สำนักงานใหญ่ของอีโวลฟ์ MMA ที่ฟาอีสต์สแควร์ เพื่อทำการประลองศิลปะการต่อสู้ที่ควรจะเกิดขึ้นมานานแล้ว ซึ่งในตอนนี้ได้แชมป์โลก ONE รุ่นสตรอว์เวตหญิง “The Panda” ซง จิง หนาน และแชมป์มวยปล้ำชาวอินเดีย “The Indian Tigress”  ริตู โฟกาต พาผู้แข่งขันเข้ากรง MMA เป็นครั้งแรกเพื่อร่วมประลองในศึกคว้าจับล็อกเต็มรูปแบบภายใต้กติกาชนะสามในห้าครั้ง โดยผู้ดำเนินรายการในการแข่งขันครั้งนี้คือแชมป์โลกบราซิลเลียนยิวยิตสู ทีโค ชินซาโต โดยทีมคอนเควสต์และทีมวาเลอร์จะต้องส่งนักกีฬาฝีมือดีที่สุดมาทำการต่อสู้กัน โดยเมื่อแข่งขันครบทุกยก กรรมการชูมือให้ทีมวาเลอร์เป็นผู้ชนะในสปดาห์นี้ ต่อด้วยความท้าทายทางธุรกิจ กับแคมเปญสร้างความตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์ โดยแต่ละทีมจะต้องพัฒนาแคมเปญประชาสัมพันธ์และพอดแคสต์ที่จะสร้างความตระหนักรู้ให้กับความพยายามในการอนุรักษ์สัตว์ป่าสงวนของหน่วยอนุรักษ์สัตว์ป่าสงวนสิงคโปร์ (WRS) โดยเน้นไปที่ลิ่นซุนดาที่ใกล้จะสูญพันธ์เต็มที โดยมีแขกรับเชิญพิเศษ เมลิสสา ควี ซีอีโอของ National Volunteer and Philanthropy Center (NVPC) ร่วมด้วยในสัปดาห์นี้ ก่อนที่ความท้าทายจะเริ่มขึ้น นายชาตรีได้ย้ายตัวอิรินาจากทีมวาเลอร์ไปอยู่กับทีมคอนเควสต์ โดยมีเจสสิกากุมบังเหียนในตำแหน่งผู้จัดการโครงการของทีมคอนเควสต์ ส่วนทางด้านทีมวาเลอร์ หลุยส์เสนอให้ยูจีนเป็นผู้จัดการโครงการ ทีมคอนเควสต์นำเสนอแคมเปญ “Wild Habits” ซึ่งส่งเสริมให้ผู้คนช่วยเหลือสิ่งแวดล้อมผ่านชุดปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรม ขณะที่นิฮาริกาถูกใจที่แคมเปญนี้สามารถส่งผลกระทบในโลกแห่งความเป็นจริง นายชาตรีกลับรู้สึกว่าแนวคิดโดยรวมขาดแก่นสาร และแทบไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับลิ่นซุนดา ในทางกลับกัน ทีมวาเลอร์สามารถสร้างความร่วมมือระหว่าง WRS และ วัน แชมเปียนชิพ โดยใช้นักศิลปะการต่อสู้ขององค์กรเพื่อร่วมกันนำเสนอแคมเปญ “Not […]

  • ดูแลสุขภาพได้ด้วยตัวเองผ่านข้อมือคุณ ด้วย Samsung Galaxy Watch3 สมาร์ทวอทช์แฟลกชิปสุดล้ำที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีด้านสุขภาพชั้นนำ

    May 7, 2021

    การป้องกันดีกว่าการรักษา’ คือหนึ่งในแนวคิดของคนยุคใหม่ ที่สะท้อนให้เห็นถึงที่มาของเทรนด์ด้านสุขภาพที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้อย่างชัดเจน โดยคนส่วนใหญ่ได้หันมาใส่ใจตนเองกันมากขึ้น ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ รวมถึงอาหารการกิน พร้อมทั้งยังใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เพื่อตรวจดูสุขภาพของตนเองอย่างสม่ำเสมออีกด้วย ซึ่ง ‘สมาร์ทวอทช์’ ก็ถือเป็นหนึ่งในดีไวซ์ที่ถูกใจคนรักสุขภาพเป็นอย่างมาก จากความสามารถที่เป็นได้ทั้งเครื่องมือสื่อสาร เพื่อนออกกำลังกาย รวมถึงตัวช่วยด้านสุขภาพในเครื่องเดียวโดย Samsung Galaxy Watch3 คือสมาร์ทวอทช์แฟลกชิปของซัมซุงที่ผสมผสานความสามารถในการทำงานแบบสมาร์ทโฟนกับเทคโนโลยีด้านสุขภาพชั้นนำเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้จะคุ้มค่าแก่การลงทุนแค่ไหน มีฟีเจอร์ด้านสุขภาพที่โดดเด่นอย่างไรบ้าง ไปลองดูกัน การวัดค่าออกซิเจนในเลือด (Blood Oxygen Measurement) หนึ่งในฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดของ Samsung Galaxy Watch3 ที่หลายคนให้ความสนใจในปัจจุบัน คือ การวัดค่าออกซิเจนในเลือด โดยสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้ ทำงานโดยใช้ LED สีแดงกับรังสีอินฟราเรด ที่มีความยาวคลื่นแสงต่างกัน เพื่อประมาณค่าระดับ SpO2[1][2][3]หรือปริมาณออกซิเจนในกระแสเลือด ซึ่งเหตุผลที่ต้องใช้ LED กับรังสีอินฟราเรดเนื่องด้วยเลือดที่มีระดับออกซิเจนปกติและเลือดที่ขาดออกซิเจนจะมีการดูดซึมแสงที่แตกต่างกัน โดยเลือดที่มีออกซิเจนจะดูดซับแสงอินฟราเรดได้มากกว่าเลือดที่ขาดออกซิเจนที่จะให้แสงผ่านเข้าไปได้มากกว่า ทั้งนี้ หากเปอร์เซ็นต์ค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนปรากฏมากกว่า 95% แสดงว่าร่างกายอยู่ในภาวะปกติ แต่หากว่าผลลัพธ์แสดงที่ 92% หรือน้อยกว่านั้น อาจจะแสดงถึงภัยเงียบบางอย่างที่เกิดขึ้นในร่างกาย ซึ่งผู้ใช้ควรไปปรึกษาแพทย์ในลำดับต่อไป การวัดคุณภาพการนอนหลับ (Sleep Tracking) การนอนหลับนั้นมีความสำคัญมากกว่าที่คิด เพราะการพักผ่อนที่เพียงพอจะช่วยเติมพลังให้สมอง ลดความหงุดหงิด เพิ่มสมาธิระหว่างวัน สร้างความผ่อนคลายให้ร่างกาย รวมถึงซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่เสียหาย อย่างไรก็ตามการที่เรานอนหลับนานเกินไปก็ไม่ดีกับสุขภาพด้วยเช่นกัน โดยจำนวนเวลาที่ดีที่สุดในการนอนหลับคือประมาณ 7-9 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งคุณสามารถทำให้ช่วงเวลาการนอนเหล่านั้นมีคุณภาพได้ ด้วย Samsung Galaxy Watch3 ที่จะคอยมอนิเตอร์และบันทึกประวัติการนอน ทั้งในช่วงของวงจร REM (Rapid Eye Movement) หรือช่วงหลับฝัน, เวลาในการหลับลึก และเวลารวมของการนอนหลับ เพื่อคิดเป็นคะแนน ซึ่งจะทำให้คุณสามารถประเมิน และพัฒนาคุณภาพการพักผ่อนได้[4] […]

  • เกม “กัปตันซึบาสะ: ดรีมทีม (Captain Tsubasa: Dream Team)” เปิดตัวตัวละครผู้เล่นใหม่ในชุดยูนิฟอร์มทางการ J.League 2021 แล้ววันนี้!

    May 7, 2021

     บริษัท KLab Inc. ผู้นำด้านเกมมือถือจากญี่ปุ่นเปิดเผยว่า เกมจำลองการแข่งฟุตบอล Captain Tsubasa: Dream Team  จะจัดงานอีเวนต์คอลแลบร่วมกับ J.League. โดยมีตัวละครผู้เล่นใหม่ในชุดยูนิฟอร์มทางการเจลีก (J.League) ยูนิฟอร์มสำหรับฤดูกาล 2021 ของทั้ง 42 ทีม จากลีก J1 และลีก J2 ยาสึดะ เมจิ จะมาปรากฏตัวอยู่ในเกมตั้งแต่วันนี้ นอกจากนี้ยังมีแคมเปญในเกมอีกมากมายจัดขึ้นเพื่อฉลองการคอลแลบนี้   ปิดตัวตัวละครผู้เล่นใหม่ในชุดยูนิฟอร์มทางการ J.League ตัวละครผู้เล่นของเจลีกในเรื่องการ์ตูนกัปตันซึบาสะต้นฉบับ จะทยอยปรากฏตัวในเกม Captain Tsubasa: Dream Team โดยสวมชุดยูนิฟอร์มทางการ J.League ฤดูกาล 2021! โดยจะมี มิสึกิ จุน และผู้เล่นคนอื่น ๆ อีกมากมาย กาชาปอง “J.League Selection” ระยะเวลากิจกรรม: ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคมถึงวันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม (UTC+9) ตัวละครผู้เล่นใหม่จะปรากฏตัวในชุดยูนิฟอร์มทางการของ J.League ในกาชาปอง เช่น อิชิซากิ เรียว, ทากิ ฮาจิเมะ และทากาสุงิ ชินโง! ผู้เล่นสามารถรับเหรียญรางวัลจากกาชาปองนี้ และสะสมเหรียญรางวัลเพื่อนำมาแลกตัวละครผู้เล่นใหม่ระดับ SSR ได้ ตัวละครใหม่ทุกตัวจะมาพร้อมท่าไม้ตายหลัก Lv. 10 กาชาปอง “มิสึกิ จุน”   ระยะเวลากิจกรรม: ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคมถึงวันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม (UTC+9) พบกับตัวละคร มิซึกิ จุน ในชุดยูนิฟอร์มทางการ J.League ได้แล้วในกาชาปอง ตัวละครผู้เล่นใหม่จะปรากฏตัวพร้อมท่าไม้ตายหลัก Lv.10 นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถเสี่ยงกาชาปองสเต็ปอัป เพื่อลุ้นรับตัวละคร มิสึกิ จุน (*มีค่าใช้จ่าย) การันตีตัวละคร มิสึกิ จุน 1 ตัว ในการเล่นกาชาปองในสเต็ปที่ 10 ซีนาริโอประจำวัน โคลาโบเรชั่น J.League   ระยะเวลากิจกรรม: ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคมถึงวันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม (UTC+9) ผู้เล่นสามารถร่วมเล่นซีนาริโอประจำวันได้ระหว่างระยะเวลากิจกรรม รับของรางวัลสุดพิเศษ เช่น ตั๋วกาชาปองดรีมพ็อต และคว้าเหรียญวีรบุรุษ! ซึ่งเหรียญวีรบุรุษนี้สามารถนำไปใช้จุดแลกเปลี่ยนเพื่อรับผู้เล่นใหม่ โอดะ คาสึมาสะ และคิชิดะ ทาเคชิระดับ SSR ได้ การันตีผู้เล่นระดับ SSR และอีกมากมาย ภารกิจอีเวนต์ J.League ระยะเวลากิจกรรม: ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคมถึงวันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม (UTC+9) ผู้เล่นจะได้รับไอเทมมากมายจากการเคลียร์ภารกิจภายในระยะเวลาของกิจกรรม นอกเหนือจากนี้ยังมีดรีมบอลและ บอลดำ SSR ท่าเลี้ยงบอลในตำนาน และอีกมากมาย ล็อกอินโบนัสโคลาโบเรชั่น J.League เฟส 1 ระยะเวลากิจกรรม: ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคมถึงวันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม (UTC+9) เพียงแค่ล็อกอินเข้าเกมระหว่างระยะเวลากิจกรรม ผู้เล่นสามารถรับไอเทมมากมายอย่างเช่น โอดะ คาสึมาสะ คิชิดะ ทาเคชิระดับ SSR บอลดำ SSR และอีกมากมาย อย่าลืมล็อกอินเพื่อลุ้นรับไอเทมให้ครบทั้งหมด!  *ไอเทมจะเปลี่ยนไปตามจำนวนวันที่ผู้เล่นที่ล็อกอิน จุดแลกเปลี่ยนดรีมบอล ระยะเวลากิจกรรม: ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคมถึงวันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม (UTC+9) ชุดยูนิฟอร์มของทั้ง 42 ทีม ประจำฤดูกาล 2021 และจากลีก J1 และลีก J2 ยาสุดะ […]

  • เผยโฉม “adidas 4DFWD” ชูนวัตกรรมการพิมพ์แบบ 3 มิติ เพื่อขับเคลื่อนนักวิ่งพุ่งทะยานสู่เป้าหมายข้างหน้า

    May 5, 2021

    adidas 4DFWD เกิดจากการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีของการพิมพ์แบบ 3 มิติ ที่เก็บรวบรวมข้อมูลจากนักกีฬามาเป็นเวลาหลายปี และเทคโนโลยี Carbon’s Digital Light Synthesis ในการสร้างรูปแบบใหม่ที่ยกระดับประสิทธิภาพการใช้งานให้กับนักวิ่ง เปิดประสบการณ์การวิ่งรูปแบบใหม่ด้วยโครงตาข่ายรูปหูกระต่ายอันเป็นเอกลักษณ์ที่จะเป็นแรงส่งไปข้างหน้าในทุกย่างก้าว วางจำหน่ายสีดำ–ส้ม (Core Black และ Solar Red) แบบมีจำนวนจำกัดในวันที่ 15 พฤษภาคม 2564 อาดิดาส รันนิง เปิดตัว adidas 4DFWD (อาดิดาส โฟร์ดีฟอร์เวิร์ด) รองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ที่มีการเก็บข้อมูลของนักกีฬามาเป็นเวลาหลายปี เพื่อใช้ในการสร้างสรรค์ร่วมกับนวัตกรรมการพิมพ์แบบ 3 มิติแบบเฉพาะตัว ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนนักวิ่งให้พุ่งทะยานไปข้างหน้า เกิดเป็นประสบการณ์การวิ่งรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน   ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา อาดิดาสได้ร่วมมือกับคาร์บอน (Carbon) ในการพัฒนาพื้นรองเท้า 4D ที่มีลักษณะโครงตาข่าย โดยนำเอาข้อมูลที่รวบรวมจากนักกีฬามาผสมผสานกับเทคโนโลยี Carbon’s Digital Light Synthesis ที่ขึ้นรูปพื้นรองเท้าแบบ 3 มิติได้อย่างแม่นยำ จึงทำให้ adidas 4D ถือเป็นรองเท้าคู่แรกในโลกที่มีการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยในการออกแบบพื้นรองเท้าให้เหมาะกับการเคลื่อนที่ที่มีรูปแบบเฉพาะตัว ส่งผลให้นักกีฬาสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกย่างก้าว adidas 4DFWD ถือเป็นรองเท้าวิ่งที่ผ่านกระบวนการผลิตดังกล่าวจนได้พื้นรองเท้าที่มีลักษณะโครงตาข่าย จากรูปแบบทั้งหมด 5 ล้านรูปแบบ และผลิตขึ้นจากวัสดุทางชีวภาพถึง 39% มี FWD CELL ที่คล้ายกับรูปหูกระต่ายที่ถูก ออกแบบให้เกิดการบีบอัดไปในทิศทางข้างหน้าเมื่อได้รับแรงกระทบในแนวตั้ง หากเทียบกับพื้นรองเท้า 4D รุ่นก่อนๆ จะพบว่า adidas 4DFWD เป็นรองเท้าที่ส่งแรงขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ดีกว่าถึง 3 เท่า จากการทดสอบด้วยเครื่องจักรที่ออกแรงกดในแนวตั้ง ผลที่ได้ก็คือ นักกีฬาสามารถลดแรงเบรกโดยเฉลี่ยถึง 15% จากการที่พื้นรองเท้าสามารถเปลี่ยนแรงกดในแนวตั้งเป็นพลังในการขับเคลื่อนไปข้างหน้า จึงทำให้เกิดการประหยัดพลังงานในการวิ่งในระดับเดียวกับพื้นรองเท้าของอัลตราบูสท์ในสภาวะการทดสอบภายในห้องทดลอง   ทั้งนี้ รองเท้า adidas 4DFWD ได้ผ่านการทดสอบทางชีวกลศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยคาลการี ซึ่งได้ทำการวิเคราะห์การเคลื่อนที่ไปข้างหน้า แรงเบรก รวมถึงการประหยัดพลังงานในการวิ่ง ยิ่งไปกว่านั้น หลักการนี้ยังได้มีการทดสอบขยายผลเพิ่มเติมโดยนักวิ่งของอาดิดาสจากทั่วทุกมุมโลกโดยทีมพัฒนาที่เยอรมนี เหล่านักวิ่งระดับสูงในสหรัฐอเมริกา รวมถึงการทดสอบในมหาวิทยาลัยแอริโซนาสเตต แซม แฮนดี รองประธานฝ่ายออกแบบของอาดิดาส รันนิง กล่าวว่า “เทคโนโลยี 4D ทำให้พวกเราสามารถออกแบบพื้นรองเท้าขึ้นมาใหม่โดยมีคุณสมบัติที่โฟมธรรมดาไม่สามารถทำได้ จากแรงบันดาลใจในพื้น 4D รุ่นแรกที่เป็นพื้นโครงตาข่ายทำให้เราพบความท้าทายในการยกระดับพัฒนาไปอีกขั้น ซึ่งเราได้ทำการวางรูปแบบโครงสร้างตาข่ายกว่าหลายล้านชิ้น […]

  • Absen ประสบความสำเร็จในการจัดงานสัมมนาออนไลน์เกี่ยวกับโซลูชัน Virtual Studio

    May 5, 2021

    Absen จัดงานสัมมนาออนไลน์ระดับโลกเกี่ยวกับโซลูชัน Virtual Studio เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยมี Christian Czimny จากบริษัท Absen Germany เป็นประธาน ร่วมด้วย Totti Chen ซีอีโอบริษัท Digital Fun, Wayne Romanowski จากฝ่ายผลิตวิดีโอของ 4 Wall Entertainment, Rene Amador ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ AR Wall และ Feifan Lu ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ของ Absen โดยทั้งหมดได้ร่วมกันสำรวจเทคโนโลยีใหม่อย่าง Virtual Studio ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากใช้สร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ดึงดูดสายตามากขึ้น   Virtual Studio ก็คือ “LED on Cameras” ไฮไลท์สำคัญอยู่ในช่วงเริ่มต้นของงานสัมมนาออนไลน์ โดยคุณ Romanowski อธิบายว่า Virtual Studio ก็คือ “LED on Cameras” (การใช้จอ LED สร้างฉากสำหรับถ่ายทำ) ซึ่งคุณ Czimny ก็เห็นด้วย เนื่องจากคนจำนวนมากยังกลัว Virtual Studio เพราะฟังดูใหม่ คุณ Romanowski ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญอาวุโสในอุตสาหกรรมและเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์จอ LED ของ Absen มาตั้งแต่ปี 2548 จึงอธิบายว่า Virtual Studio ไม่ได้ลึกลับอะไรขนาดนั้น และไม่จำเป็นต้องกลัวเทคโนโลยีใหม่นี้ ค้นหาทีมงานที่ใช่เพื่อทำกำไรจาก Virtual Studio นอกจากนี้ ภายในงานสัมมนาออนไลน์ยังมีการแนะนำวิธีใช้งาน Virtual Studio เป็นครั้งแรก โดยคุณ Amador ระบุว่าจำเป็นต้องค้นหาทีมผู้เชี่ยวชาญ ผู้วางระบบ หรือบริษัทที่สามารถบริหารจัดการโซลูชัน Virtual Studio ได้ “การมีคนที่เข้าใจกระบวนการทั้งหมดแม้ว่าจะอยู่ไกลและสามารถช่วยเหลือได้แค่จากระยะไกล ถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างกำไรจาก Virtual Studio” โดยผู้เชี่ยวชาญจำเป็นต้องรู้วิธีการใช้เทคโนโลยีจอ LED ในโปรเจคต่าง ๆ   ความสามารถของ Absen ในการนำเสนอโซลูชัน Virtual Studio Feifan Lu ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชัน Virtual Studio ของ Absen ประกอบด้วย PL2.5 Pro, AX1.5, MR4.8 และ JP4.8 โดยโซลูชันทั้งหมดมาพร้อม Frame […]

  • “ไรเนียร์” เฮแต้มเอกฉันท์ชนะ “ออง ลา” นั่งบัลลังก์แชมป์โลกสองรุ่น ศึก ONE on TNT IV

    Apr 30, 2021

    เสร็จสิ้นไปเรียบร้อยสำหรับภาคจบของศึกใหญ่แห่งปี ONE on TNT IV เมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 เมษายน ที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย คู่เอกของรายการ เป็นศึกแชมป์ชนแชมป์ ระหว่างเจ้าของบัลลังก์รุ่นไลต์เฮฟวีเวต “ไอ้งูหลามเมียนมา” ออง ลา เอ็น ซาง ป้องกันตำแหน่งด้วยการพบคู่ปรับเก่าเจ้าของสถิติไร้พ่าย 13 ไฟต์จากแดนกังหัน “ไรเนียร์ เดอ ริดเดอร์” ผู้เคยกระชากเข็มขัดรุ่นมิดเดิลเวตไปเมื่อ 6 เดือนก่อน   เปิดฉากมายกแรก ไรเนียร์ พุ่งเข้ารวบ ออง ลา ลงพื้นทันที เหมือนภาพรีเพลย์จากไฟต์ก่อน แชมป์โลกชาวดัตช์เล็งเป้าหมายที่การรัดคอ แต่แชมป์โลกเมียนมาป้องกันสุดฤทธิ์ ยื้อจนรอดจากการเฉียดตายได้หลายครั้ง ยกสองถึงยกสี่ ภาพรวมยังเป็น ไรเนียร์ ที่หนักแน่นในเกมถนัดของตัวเอง เป็นฝ่ายคุมเกมภาคพื้นได้ทั้งหมด   ยกสุดท้าย ไรเนียร์ รวบ ออง ลา เล่นเกมภาคพื้นได้อีก ฮีโร่เมียนมาพลิกกลับมาล้างแค้นด้วยการขึ้นคร่อม ทุบหมัดสลับใบหน้าและลำตัว แต่ก็ไม่สามารถทำคะแนนตีตื้นได้ทัน ครบ 5 ยก เข็มขัดแชมป์โลก ONE รุ่นไลต์เฮฟวีเวต […]

  • บี-ควิก คืนกำไรลูกค้า ด้วยคูปองแทนเงินสด 100 บาท เพียงติดสติกเกอร์บี-ควิกที่ท้ายรถ แอด Line และกด Like เพจเฟซบุ๊ก*

    Apr 30, 2021

    บี-ควิก ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร ตอกย้ำความเป็นตัวจริงที่ 1 เรื่องรถ กับกระแสสติกเกอร์ บี-ควิก ท้ายรถครองเมือง ด้วยกิจกรรม #ใครๆก็ติดบีควิก ซีซั่นที่ 3 เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่มั่นใจเลือก บี-ควิก ให้เป็นศูนย์บริการรถยนต์แบบครบวงจรอันดับ 1 ของประเทศ กับคูปองแทนเงินสด 100 บาท (สำหรับชำระค่าสินค้าและบริการที่ บี-ควิก ทุกสาขาทั่วประเทศ) เพียงลูกค้าเข้ามาใช้บริการและติดสติ๊กเกอร์ บี-ควิก ที่ด้านหลังรถ หลังจากนั้น แอด Line Official Account @B-Quik1153 เพื่อลงทะเบียนในแคมเปญ #ใครๆก็ติดบีควิก ซีซั่น 3 และกด Like เพจ Facebook B-Quik เต็มที่เพื่อรถ เต็มร้อยเพื่อคุณ คุณบุศรารัตน์ อัสสรัตนกุล ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท บี-ควิก จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรมนี้ เป็นการคืนกำไรให้กับลูกค้า และเป็นการตอกย้ำ ความเป็นที่ 1 เรื่องรถ ของ บี-ควิก ที่อยู่คู่ประเทศไทย มากว่า 25 ปี ได้มีโอกาสดูแลรถยนต์ มากกว่า 2 ล้านคัน  ปัจจุบันนี้ […]

  • ง่ายขึ้นอีกขั้น! ซัมซุงทีวีให้ผู้ใช้สั่งการด้วยเสียงภาษาไทยผ่าน Google Assistant ยกระดับประสบการณ์การใช้งานทีวีให้สะดวกสบายยิ่งขึ้นพร้อมเปลี่ยนบ้านให้เป็นสมาร์ทโฮมด้วยเสียงของคุณ

    Apr 30, 2021

    ซัมซุง เปิดให้ผู้ใช้งานทีวีซัมซุงสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยบน Google Assistant เพื่อขยายการใช้งานระบบสั่งการอัจฉริยะให้ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม รวมถึงสามารถค้นหาข้อมูลหรือสั่งการทีวีได้อย่างอิสระ ปัจจุบันมีผู้ใช้งานระบบสั่งงานด้วยเสียงแล้วราว 25 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ใช้งานทั่วไปในประเทศสหรัฐอเมริกา และมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นถึง 92.3 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2566[1] ซึ่งคาดการณ์ต่อว่าจำนวนผู้ใช้งานระบบสั่งการด้วยเสียงจะขยายตัวในลักษณะเดียวกันทั่วโลก เนื่องจากผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงอุปกรณ์และมีความเข้าใจในนวัตกรรมดิจิทัลมากขึ้น โดยเฉพาะกับกลุ่มมิลเลนเนียลที่เป็นหัวใจสำคัญในการเติบโตของจำนวนผู้ใช้งานระบบสั่งงานด้วยเสียง ด้วยความโดดเด่นด้านความเร็ว ประสิทธิภาพ และความสะดวกสบายในการใช้งาน[2] ทางซัมซุงจึงมุ่งมั่นพัฒนาทุกระบบการทำงานเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ในปี 2563 ซัมซุงได้ยกระดับการควบคุมทีวีให้สามารถรองรับ Google Assistant เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่กว้างขึ้นและเข้าถึงได้อย่างสะดวกสบาย โดยการมาถึงของระบบ Google Assistant บนซัมซุงทีวี ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้เสียงเพื่อเรียกดูข้อมูล อาทิ การพยากรณ์อากาศ อัพเดทข่าวสารประจำวัน ควบคุมการเล่นภาพยนตร์ รวมถึงค้นหารายการทีวีที่ชื่นชอบในซัมซุงทีวีรุ่นที่รองรับได้อีกด้วย ในปี 2564 Google Assistant บนซัมซุงทีวีสามารถรองรับการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยได้แล้ว ทำให้สามารถสั่งการง่ายขึ้นในภาษาที่ทุกคนคุ้นเคย เพียงยกรีโมทขึ้นและกดปุ่ม ไมโครโฟน (Mic) ค้างไว้เพื่อสั่งการ ผู้ใช้ทีวีซัมซุงรุ่นที่รองรับ สามารถเปิดใช้งาน Google Assistant ได้ง่ายๆ โดยเชื่อมต่อทีวีและสมาร์ทโฟน์เข้ากับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเดียวกัน และไปที่ การตั้งค่า (Settings) >เลือก ทั่วไป (General) > เลือก เสียง (Voice) > เลือก ผู้ช่วยเสียง (Voice Assistant) และเลือก Google Assistant เป็นผู้ช่วยเสียงของคุณ ก่อนยืนยันการตั้งค่าผ่านสมาร์ทโฟน ซัมซุงทีวีรุ่นที่รองรับ Google Assistant ภาษาไทย ได้แล้ว ได้แก่ QLED 8K/4K ปี 2020 ทีวี Crystal UHD ปี 2020 […]

  • 50 Best เปิดตัว “50 Next” รายชื่อคนรุ่นใหม่ผู้พลิกโฉมอนาคตวงการอาหาร

    Apr 26, 2021

    50 Best ซึ่งเป็นองค์กรผู้อยู่เบื้องหลังการมอบรางวัล 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยม และ 50 บาร์ยอดเยี่ยมระดับโลก ประกาศเปิดตัว 50 Next ฉบับแรกในวันนี้ โดย 50 Next เป็นการรวบรวมรายชื่อคนรุ่นใหม่ที่จะพลิกโฉมอนาคตของวงการอาหาร ซึ่งรายชื่อดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ, เป็นพลังขับเคลื่อน และเชื่อมโยงผู้นำรุ่นต่อไป โดยเป็นการยกย่องผู้ที่มีอายุไม่เกิน 35 ปีซึ่งคลุกคลีอยู่ในวงการอาหารและเครื่องดื่มจากหลากหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นโปรดิวเซอร์, นักการศึกษา, นักสร้างสรรค์ด้านเทคโนโลยี และนักกิจกรรม โดยการประกาศเปิดตัว 50 Next ในปีนี้จัดขึ้นทางออนไลน์ ก่อนที่จะมีการจัดงานอีเวนต์จริงขึ้นในปี 2565 ที่เมืองบิซกายา ประเทศสเปนซึ่งเป็น Host Destination Partner อย่างเป็นทางการของ 50 Next เมื่อมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการเดินทาง ทั้งนี้ 50 Next ไม่ได้เป็นการจัดอันดับ แต่เป็นการรวบรวมรายชื่อเพื่อยกย่องบุคคลโดยเฉพาะ ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อเสริมการจัดอันดับประจำปีของ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยม และ 50 บาร์ยอดเยี่ยมระดับโลก โดย 50 Next ได้ร่วมกับสถาบันสอนทำอาหารที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติอย่าง Basque Culinary Center ในการทำวิจัยและการวิเคราะห์เพื่อจัดทำรายชื่อดังกล่าว […]

  • ปิดเทอมหรรษาที่ดุสิตดีทู เขาใหญ่ ด้วยแพ็กเกจ Delightful summer school break ราคาเริ่มต้นเพียง 2,999.- บาทสุทธิ

    Apr 26, 2021

    ต้อนรับปิดเทอมนี้ที่โรงแรมดุสิตดีทู เขาใหญ่ ด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษ ที่จะชวนน้องๆและครอบครัว มาพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ พร้อมกิจกรรมต่างๆ มากมาย ด้วยแพ็กเกจ เข้าพักวันอาทิตย์ – ศุกร์ ราคา  2,999 .- บาทสุทธิ/ห้อง/คืน และแพ็กเกจ เข้าพักวันเสาร์ และวันหยุดยาวต่อเนื่องราคา  4,199 .- บาทสุทธิ/ห้อง/คืน พร้อมสิ่งที่ท่านจะได้รับดังนี้ บุฟเฟ่ต์อาหารเช้า สำหรับผู้ใหญ่ 2 ท่าน และเด็ก 1 ท่าน เซ็ทอาหารค่ำ สำหรับครอบครัว เข้าพักได้ก่อนเวลา 14:00 hrs. ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (ขึ้นอยู่กับห้องที่ว่าง) ฟรี กิจกรรมให้อาหารสัตว์ภายในโรงแรมฯ ฟรี ไอศกรีม สำหรับเด็ก ฟรี เตียงเสริมสำหรับเด็ก (ขึ้นอยู่กับจำนวนเตียงที่ว่าง) หมายเหตุ เด็กจำกัดอายุไม่เกิน 12 ปี และความสูงไม่เกิน 140 เซนติเมตร สำรองห้องพักตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2564 เท่านั้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ […]

  • อาดิดาสเผยโฉมคอลเลคชันรองเท้าวิ่งอัลตราบูสท์แห่งอนาคต เพื่อแก้ปัญหาขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน

    Apr 26, 2021

    อาดิดาส เปิดตัว คอลเลคชันรองเท้าวิ่งอัลตราบูสท์ (Ultraboost) เนื่องในโอกาสสัปดาห์แห่งการคุ้มครองโลก เพื่อสานต่อคำมั่นสัญญาในการแก้ปัญหาขยะพลาสติก พร้อมกับตอกย้ำให้เห็นถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากมลพิษที่เกิดจากขยะพลาสติกในท้องทะเล สำหรับรองเท้าวิ่งอัลตราบูสท์รุ่นใหม่ทั้ง 4 คู่นั้นจะมาพร้อมกับนวัตกรรมและการนำแนวคิดที่คำนึงถึงความยั่งยืนเป็นอันดับแรกในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อโลกแห่งอนาคต รองเท้าวิ่งคู่แรกในคอลเลคชันนี้ก็คือ Ultraboost Made to be Remade ซึ่งถูกออกแบบภายใต้กรอบแนวคิดของอาดิดาสในการสร้างวัฏจักรหมุนเวียนแห่งวัสดุและเทคโนโลยีที่จะสามารถนำรองเท้าที่ผ่านการใช้งานแล้วกลับมาผลิตเป็นสินค้าชิ้นใหม่ขึ้นมา โดยรองเท้ารุ่นนี้ได้ถูกสร้างขึ้นมาให้ผู้ใช้งานสามารถส่งกลับคืนมาที่อาดิดาสหลังจากที่สิ้นอายุการใช้งานแล้ว เพียงสแกนคิวอาร์โคด (QR Code) ที่ตัวรองเท้าก็จะสามารถค้นหาช่องทางในการคืนสินค้ากลับมาได้อย่างง่ายดาย สำหรับการพัฒนาสินค้า Made to be Remade อาดิดาสมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์และขับเคลื่อนวัฏจักรหมุนเวียนนี้ไปด้วยกัน สำหรับรองเท้าวิ่ง Ultraboost 21 x Parley ก็ถือเป็นรองเท้าวิ่งที่มีแก่นแท้แห่งความยั่งยืน โดยรองเท้าคู่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อมอบพลังให้กับผู้สวมใส่ในการขับเคลื่อนพลังบวกและการพัฒนาตัวเองที่ดีขึ้น จึงทำให้ Ultraboost 21 x Parley นั้นเป็นรองเท้าวิ่งที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อมอบความนุ่มสบายและยังสร้างอนาคตของมหาสมุทรอีกด้วย ส่วนรองเท้าวิ่ง Ultraboost 6.0 DNA x Parley นั้นคือรองเท้าวิ่ง Ultraboost ที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและมีการใช้วัสดุอาดิดาส ไพร์มนิต (adidas Primeknit) ในการผลิตตัวรองเท้า ซึ่งก็มีการใช้ส่วนผสมของวัสดุไพร์มบลู (Primeblue) ส่วนบริเวณเคจ (Cage) และส้นเท้านั้นก็มีการใช้วัสดุที่ได้จากพลาสติกรีไซเคิล ซึ่งถูกแปรรูปมาจากตาข่ายจับปลาถึง 25% เลยทีเดียว นอกจากนี้ บริเวณชิ้นส่วนต่างๆ ก็มีการผลิตขึ้นอย่างละเอียดและรวมเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ทำให้เกิดความแข็งแกร่งทนทานและประสิทธิภาพในการใช้งานที่มอบความรู้สึกสบาย สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างปราศจากสิ่งรบกวน รองเท้าวิ่งอัลตราบูสท์แห่งอนาคต ถือเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนจากอาดิดาสในการขับเคลื่อนพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ จากการใช้วัสดุต่างๆ สินค้า และการใช้งานรูปแบบใหม่ๆ โดยมีเป้าหมายในการขจัดปัญหาพลาสติก แม้ว่ารองเท้าวิ่ง     อัลตราบูสท์จะไม่สามารถปกป้องท้องทะเลได้ทั้งหมดในเวลานี้ แต่ก็ถือว่าเป็นการยกระดับการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รองเท้าวิ่ง Ultraboost 21 x […]

  • เปิดตัวรถเอสยูวีนำเทรนด์ “HAVAL JOLION” ในมหกรรมยานยนต์ Auto Shanghai 2021

    Apr 26, 2021

    GWM บริษัทยานยนต์ชั้นนำของจีน ได้เปิดตัวสามแพลตฟอร์มเทคโนโลยีสุดล้ำ ได้แก่ L.E.M.O.N., TANK และ COFIS เพื่อวางรากฐานในการเจาะตลาดโลก และเมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา รถเอสยูวี HAVAL JOLION ซึ่งใช้แพลตฟอร์ม L.E.M.O.N. ที่มีความยืดหยุ่นสูง ประสิทธิภาพสูง ความปลอดภัยสูง และน้ำหนักเบา ก็ได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในมหกรรมยานยนต์ Auto Shanghai 2021   HAVAL JOLION คือรถรุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับผู้ขับขี่ทั่วโลก มาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยวสวยงามด้วยกระจังหน้ารังผึ้งชุบโครเมียมสุดคลาสสิก ผสานไฟหน้า LED รูปทรง “ง้าว” ให้ความรู้สึกแข็งแกร่งดุดัน ส่วนดีไซน์ภายในออกแบบให้มีแผงควบคุมตรงกลาง ด้านฐานล้อกว้าง 2,700 มม. ทำให้ห้องโดยสารมีพื้นที่กว้างขวาง พร้อมตกแต่งอย่างหรูหราและล้ำสมัย นอกจากนี้ HAVAL JOLION ยังมาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ ทั้งแท่นชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย ช่วยให้หมดห่วงเรื่องแบตหมด, ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติแบบ full-scene ที่ทำให้จอดรถง่ายขึ้น, จอทัชสกรีนอัจฉริยะขนาด 12.3 นิ้ว, ระบบแสดงผล HUD intelligent full color, ระบบ keyless entry, ระบบแสดงภาพมุมกว้าง 360 องศา และระบบอัจฉริยะอีกมากมายที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่อัจฉริยะที่สะดวกสบายมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะและระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (Automatic Emergency Braking) ยังช่วยให้ผู้ขับขี่รับมือกับสภาพถนนหลากหลายรูปแบบได้อย่างง่ายดาย ผู้ขับขี่จึงได้สัมผัสเทคโนโลยีสุดล้ำเต็มรูปแบบพร้อมความปลอดภัยที่เหนือชั้นยิ่งขึ้น HAVAL JOLION ใช้เครื่องยนต์ 1.5T, ระบบเกียร์ 7DCT เจนเนอเรชัน 2, เทคโนโลยี Turbocharging, อัตราส่วน Tumble Ratio สูง, กระบอกสูบอลูมิเนียม และเทคโนโลยีอีกมากมาย โดยมีกำลังสูงสุด 110kW และแรงบิดสูงสุด 220 Nm นอกจากนั้นยังมีระบบพวงมาลัยไฟฟ้าสามโหมด ได้แก่ Light, Comfortable และ Sporty ส่วนหัวเกียร์ไฟฟ้าก็ใช้งานง่ายขึ้นและให้ความรู้สึกล้ำ ทั้งยังมีโหมดขับขี่ให้เลือก 4 โหมด […]

Load more
Loading ...

Subscribe me